ผู้เขียน หัวข้อ: สาระน่ารู้ จอคอม แต่ละประเภทต่างกันอย่างไร  (อ่าน 31 ครั้ง)

Keekayr1200gs
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8085
    • ดูรายละเอียด
เทคโนโลยีของโปรแกรม หนัง. และเกม ถูกวิวัฒน์ขึ้นไปเรื่อยๆ จอคอมจึงถูกปรับปรุงตามกันไปเพื่อรับการแสดงภาพที่คมชัด สมจริงมากขึ้น ทำให้ในตลาดมีจอคอม ออกมามากมายแบบให้เลือก คนส่วนมากจะยังไม่เข้าใจชนิดใดจึงจะพอเหมาะพอควรกับการใช้งานมากที่สุด วันนี้เราจึงนำจอคอม แต่ละชนิดมาให้ศึกษากัน เพื่อจะได้เลือกซื้อได้อย่างถูกต้อง
1. จอ LCD (Liquid Crystal Display)
จอคอมพิวเตอร์ ที่ได้รับการปรับปรุงขึ้นมาจากจอ CRT ใช้การแสดงผลแบบดิจิทัล มีประเภทแบน บาง และยังมีออกแบบที่เป็นระเบียบ โมเดิร์นทันสมัย และหรูหรา อีกทั้งยังราคาไม่แพง ทำให้ได้รับความนิยมมากๆ ในสมัยนี้ จุดดีของหน้าจอคอมประเภทนี้คือ ถนอมพลังงานมาก แต่มีข้อเสียตรงที่ไม่สามารถมองจอภาพได้จากรอบทิศ มุมมองการสังเกตเห็นภาพนั้นจะมักจะแคบ เหมาะกับการใช้งานทุกประเภท
2. จอ LED (Light Emitting Diode)
จอ LED หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า จอ OLED (Organic Light Emitting Devices) เป็นจอคอมพิวเตอร์รุ่นล่าสุดที่ถูกปรับปรุงให้เกิดภาพและสีที่คมและชัดเจนกว่าจอคอมพิวเตอร์แบบอื่นๆ และมีตำแหน่งการตอบสนองของภาพเร็วไวกว่าจอคอมแบบอื่นๆ และยังไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของมุมมองและอัตราการสนองของภาพยังไวกว่าจอ LCD และยังช่วยออมพลังงานได้ดีกว่าด้วย แต่จุดอ่อน คือ ยังมีราคาที่แพงอยู่หากเทียบกับจอ LCD
3. จอ IPS (In-Plane Switching)
เชื่อว่าหลายคนเมื่อไปซื้อคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กโดยมากเห็นคำนี้อยู่ด้วย เนื่องจากกำลังแพร่หลายและได้รับความชอบอย่างเต็มที่ จอลักษณะนี้ใช้เทคโนโลยีในการผลิตจอแบบ LED แต่โดยความเป็นจริงแล้วคือ มอนิเตอร์ LCD แต่ใช้ black light เป็น LED นั่นเอง ซึ่งจอ IPS จะมุ่งเน้นในเรื่องความเที่ยงตรงของสีเป็นพิเศษจึงสัมพันธ์กันกับการทำงานที่ให้ความสำคัญกับในเรื่องของภาพ เช่น การทำงานกราฟฟิก ตัดต่อ เป็นต้น
จุดแข็งของจอ IPS คือ ออมไฟ ให้ White balance ที่เป็นธรรมชาติ ให้สีสัน ความตรงของสีที่สูงและสมจริงกว่าจอชนิดอื่นๆ ไม่ค่อยมีข้อกำหนดในเรื่องของมุมมอง และยังมีการตอบสนองที่รวดเร็ว ให้ความละเอียดภาพที่สูง ซึ่งแม้ครั้งหลังจะมีราคาที่สูง แต่ปัจจุบันได้ถูกปรับเพลาลงมา ทำให้ผู้คนเข้าถึงได้เพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ ผู้ผลิตจอคอมในยุคปัจจุบันยังให้ความสำคัญกับผู้ใช้งาน จึงใส่เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา อย่างเช่น เทคโนโลยีตัดแสงสีฟ้า (Low Blue Light) เพื่อบำรุงสายตาของผู้ใช้งานให้ใช้งานได้สบายตาขึ้น ลดอาการล้าของสายตาที่เกิดจากสเปคตรัมแสงสีฟ้า แต่ข้อบกพร่องของมันคือ ภาพที่เห็นจะออกเป็นโทรเหลืองกว่าปกติ
นอกเหนือจากการตัดแสงสีฟ้าแล้ว อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ช่วยในการถนอมสายตาได้ก็คือการปรับระดับแสงและอุณหภูมิสีอัตโนมัติให้สมน้ำสมเนื้อกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ เพื่อลดอาการล้าของสายตาเมื่อต้องใช้งานเป็นท่อนเวลานาน ๆ เพื่อให้สายตาไม่รับภาระหนักจนเกินไป

ขอบคุณบทความจาก : https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=kim-peeranat&month=08-2019&date=16&group=1&gblog=34

Tags : จอคอมพิวเตอร์